ฟาร์มโคนม
สุขวิทยาอนามัยของฟาร์มโคนม (Hygiene on the Dairy Farm)
พูลศักดิ์ พุ่มวิเศษ
น้ำนมเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหารชนิดต่างๆ ครบถ้วน คือ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรท เกลือแร่ และวิตามิน นอกจากให้พลังงานแก่ร่างกายแล้วน้ำนมยังช่วยเสริมสร้างความเจริญเติบโต ให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี น้ำนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมที่มีคุณภาพต้องได้จากน้ำนมดิบที่มีคุณภาพ น้ำนมดิบที่มีคุณภาพได้จากแม่วัวที่มีสุขภาพดี สุขวิทยาอนามัยที่ดี และการฆ่าเชื้อโรคมีความสำคัญต่อกิจการโคนม เนื่องจากการติดเชื้อจากแบคทีเรียสามารถทำให้เกิดโรคแก่แม่วัวที่สำคัญคือ วัณโรค ( Bovine Tuberculosis ) และเต้านมอักเสบ ( Bovine Mastitis ) ประมาณว่ามากกว่า 90% ของการติดเชื้อที่ทำให้เกิดโรคเต้านมอักเสบมีสาเหตุมาจากแบคทีเรียชนิด Staphylococcus และ Streptococcus เชื้อแบคทีเรียดังกล่าวสามารถติดมากับน้ำนมดิบระหว่างการรีดนม ถ้านำน้ำนมดิบมาบริโภคโดยไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้องจะทำให้ผู้บริโภคเป็นโรคไทฟอยด์ บิด ท้องร่วง อาหารเป็นพิษ โรคคออักเสบ โรคคอตีบ อย่างไรก็ดีการที่จะได้น้ำนมดิบที่มีคุณภาพจะต้องพิจารณา
ถึง ความสะอาดและความปลอดภัยของน้ำนม ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญคือ
1. แม่วัวมีสุขภาพดีไม่เป็นโรค แม่วัวที่มีสุขภาพสมบูรณ์จะให้น้ำนมที่มีคุณภาพดี แม่วัวจะต้องได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์อย่างสม่ำเสมอ แม่วัวจะต้องปราศจากโรคติดต่อต่างๆ เช่น วัณโรค (Bovine Tuberculosis) เต้านมอักเสบ (Bovine Mastitis) แท้งลูก (Brucellosis) ถ้าแม่วัวมีอาการอักเสบของเต้านมจะต้องหยุดรีดนม การรีดนมจะทำได้เมื่อได้ทำการรักษาอาการอักเสบนั้นหายดีแล้ว
2. สุขวิทยาส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงาน ผู้ปฏิบัติงานในฟาร์มโคนมจะต้องรักษาความสะอาดและปฏิบัติตนตามหลักสุขวิทยาส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ไม่เป็นโรคหรือพาหะของโรคติดต่อ ถ้าป่วยจะต้องหยุดปฏิบัติงานจนกว่าจะหาย ก่อนการรีดนมจะต้องล้างมือด้วยสบู่เพื่อให้มือสะอาด และต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคอีกครั้งหนึ่งหลังจากล้างมือเพื่อให้มีความแน่ใจว่ามือสะอาดปราศจากเชื้อโรค หลังจากใช้ห้องส้วมจะต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
3. การรีดนม ความสะอาดและการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักสุขวิทยาอนามัยจะช่วยทำให้น้ำนมมีปริมาณจุลินทรีย์ลดน้อยลง ถ้ามีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียในขณะทำการรีดนม เชื้อแบคทีเรียจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วมีผลทำให้น้ำนมเสียคุณภาพ
การรีดนมแบ่งได้ 2 วิธี คือ
3.1 การรีดนมด้วยมือ คนงานรีดนมต้องมีสุขภาพดีปราศจากโรคติดต่อ มีความรู้และปฏิบัติตามหลักสุขวิทยาส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ต้องรักษาความสะอาดของมือเป็นพิเศษ ก่อนรีดนมต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ขัดถูด้วยแปรงล้างมือ ล้างด้วยน้ำสะอาด และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นใช้ผ้าสะอาดที่ผ่านการทำลายเชื้อมาแล้วซับน้ำให้มือแห้งก่อนทำการรีดนม ขณะทำการรีดนมจะต้องระมัดระวังไม่ให้มีการปนเปื้อนขึ้นได้อีก เช่น ใช้มือสัมผัส หรือจับต้องสิ่งของต่างๆ ซึ่งอาจทำให้มือเกิดความสกปรกอีก และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำนมปนเปื้อนทำให้เชื้อจุลินทรีย์เพิ่มมากขึ้นและมีผลต่อคุณภาพน้ำนม
3.2 การรีดนมด้วยเครื่องรีดนม การใช้เครื่องรีดนมเพื่อต้องการกำจัดหรือลดการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งเกิดจากมือคนรีดนม ฝุ่นละออง มูลสัตว์ และแบคทีเรียจากอากาศ แต่น้ำนมที่รีดด้วยเครื่องอาจมีปริมาณจุลินทรีย์มากก็ได้ เนื่องจากหัวครอบดูดนมและท่อส่งน้ำนมไม่สะอาดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มีแบคทีเรียที่ทนความร้อนเพิ่มจำนวนมากขึ้นในน้ำนม ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคหัวครอบดูดนมและท่อส่งน้ำนมอย่างถูกต้องและเหมาะสม
4. ความสะอาดของอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องมือ เครื่องใช้เกี่ยวกับการรีดนม เช่น ถาดรองรับน้ำนม, กรวย, ถังใส่นม จะต้องล้างให้มีความสะอาดดีเป็นพิเศษหลังจากทำความสะอาดด้วยน้ำแล้วต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้น้ำยาทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่อาจจะหลงเหลืออยู่ให้หมดไป
5. ความสะอาดของสิ่งแวดล้อม การรักษาความสะอาดของโรงนมเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ สิ่งแวดล้อมภายในโรงนมจะต้องได้รับการดูแลด้วย เช่น การเก็บรวบรวมและกำจัดสิ่งปฏิกูลที่มีประสิทธิภาพ การจัดการขยะ การกำจัดน้ำโสโครก การควบคุมแมลงวันและหนู ห้องน้ำ ห้องส้วมของโรงนม ควรแยกต่างหากจากตัวอาคารของโรงนมเพื่อช่วยลดการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้นจากห้องน้ำ ห้องส้วม ต้องมีอ่างล้างมือพร้อมด้วยสบู่ แปรงล้างมือผ้าเช็ดมือ และน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
สุขวิทยาที่ดีของผู้ปฏิบัติงาน ความสะอาดและการฆ่าเชื้อโรคในกิจการฟาร์มโคนมมีความสำคัญต่อคุณภาพน้ำนมขอแนะนำผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค Ampholyt 51 (Tego 51) จากประเทศเยอรมันใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศยุโรป โดยเฉพาะประเทศเยอรมันใช้มานานกว่า 50 ปี ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค Ampholyt 51 (Tego 51) ผ่านการวิจัยและทดสอบในห้องปฏิบัติการทั้งทางด้านเคมีและจุลชีววิทยาได้ผลเป็นที่น่าพอใจ Tego 51 มีคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่น ดังนี้
- เป็นสารฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิว (Surface active disinfectant) กลุ่ม Amphoteric มีชื่อทางเคมีคือ Alkyl Amino Acetic Acid สามารถละลายในน้ำได้ดีทุกความเข้มข้น
- ไม่มีส่วนผสมของคลอรีน ( Hypochlorite ) และ alkali จึงไม่กัดกร่อนโลหะ เครื่องมือ อุปกรณ์ พลาสติก แก้ว และยาง ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ในกิจการโคนม
- ไม่มีกลิ่น แต่มีคุณสมบัติในการกำจัดกลิ่นได้ โดยเฉพาะกลิ่นที่เกิดจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์ เช่น มูลสัตว์, เศษอาหาร
- ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์ สัตว์ และพืช ได้ผ่านการทดสอบความเป็นพิษจากสถาบันวิจัยอาหารและโภชนาการจากประเทศเยอรมัน สรุปว่า เมื่อให้หนูทดลองกิน Tego 51 แบบเข้มข้นจะพบว่าอัตราตายร้อยละ 50 ของหนูทดลอง (LD50) เมื่อได้รับสารดังกล่าว 3900-4800 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักหนู 1 กก. และเป็นสารที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง
- ไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง พบว่าผู้ที่ใช้ Tego 51 ที่มีอาการแพ้ซึ่งแสดงออกทางผิวหนังมีเพียง 0.3% เท่านั้น
- ถูกย่อยสลายด้วยกระบวนการทางชีวภาพภายใน 28-30 วันโดยไม่มีสารตกค้าง จงไม่เป็นอันตราย และไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
- มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส สัตวแพทย์และนักวิทยาศาสตร์การอาหารในประเทศเยอรมัน และประเทศยุโรปได้ทำการทดสอบ Tego 51 พบว่ามีคุณสมบัติดีที่สุดในการทำลายเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในสัตว์และอาหารสามารถทำลายได้โดยใช้สารละลาย Tego 51 1% ภายในระยะเวลา 2-3 นาที แม้แต่เชื้อโรคซึ่งทำลายได้ยาก สารละลาย Tego 51 1% สามารถฆ่าเชื้อวัณโรคได้เช่นเดียวกัน และยังสามารถฆ่าเชื้อรา เชื้อไวรัส ที่ทำให้เกิดโรคในสัตว์ได้อีกด้วย
- มีประสิทธิภาพในการล้างทำความสะอาดคล้ายกับผงซักฟอก และมีคุณสมบัติในการลดแรงตึงผิวสามารถแทรกซึมเข้าไปในพื้นผิวเพื่อทำลายเชื้อโรค
Tego 51 ใช้ฆ่าเชื้อได้ที่ไหน และใช้อย่างไร
Tego 51 เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถนำมาใช้ควบคุมและกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ในกิจกรรมต่าง ๆ ภายในฟาร์มโคนม เพื่อช่วยให้น้ำนมมีคุณภาพดี ปลอดภัย และคงความสดได้นาน โดยมีแนวทางการใช้งานดังนี้
1. การรีดนม
ก่อนการรีดนม ควรล้างทำความสะอาดเต้านมและหัวนมของแม่วัวด้วยน้ำอุ่น จากนั้นใช้สารละลาย Tego 51 ความเข้มข้น 1%
(ผสม Tego 51 1 ส่วน ต่อน้ำ 199 ส่วน) เช็ดบริเวณเต้านมและหัวนม ทิ้งไว้ประมาณ 2–3 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรค
การรีดนมสามารถทำได้ 2 วิธี
1.1 การรีดนมด้วยมือ
ผู้ปฏิบัติงานต้องล้างมือให้สะอาดก่อนรีดนม และใช้สารละลาย Tego 51 1% เช็ดหรือฉีดพ่นที่มือ ทิ้งไว้ประมาณ 2–3 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรค จากนั้นใช้ผ้าสะอาดที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว หรือกระดาษเช็ดมือชนิดใช้แล้วทิ้ง ซับมือให้แห้งก่อนเริ่มรีดนม
1.2 การรีดนมด้วยเครื่องรีดนม
ก่อนใช้งาน ให้จุ่มหรือแช่หัวครอบดูดนมและท่อส่งน้ำนมด้วยสารละลาย Tego 51 1% ทิ้งไว้ประมาณ 2–3 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรคในอุปกรณ์
2. อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องใช้ในการรีดนม
อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ถาดรองรับน้ำนม กรวย ถังใส่น้ำนม เครื่องรีดนม และท่อส่งน้ำนม ต้องล้างทำความสะอาดด้วยน้ำผสมน้ำยาล้างหรือผงซักฟอก เพื่อขจัดคราบไขมัน จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
หลังจากนั้น ให้จุ่ม แช่ หรือฉีดพ่นอุปกรณ์ด้วยสารละลาย Tego 51 1% ทิ้งไว้ 5–16 นาที เพื่อทำลายเชื้อจุลินทรีย์
ข้อสำคัญ: หลังการฆ่าเชื้อ อาจมีสารตกค้างของ Tego 51 บนอุปกรณ์ จึงจำเป็นต้องล้างด้วยน้ำสะอาดที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว (Sterile Water) ก่อนนำไปใช้งาน
3. เสื้อผ้าและอุปกรณ์ของผู้ปฏิบัติงาน
เสื้อผ้า ถุงมือยาง รองเท้าบู๊ท และอุปกรณ์ส่วนบุคคลอื่น ๆ หลังจากล้างทำความสะอาดแล้ว สามารถฆ่าเชื้อด้วยสารละลาย Tego 51 1% โดยการแช่ จุ่ม หรือฉีดพ่น ทิ้งไว้ประมาณ 5–16 นาที
4. โรงเรือนและโรงรีดนม
ควรล้างทำความสะอาดโรงเรือนและโรงรีดนมอย่างสม่ำเสมอ และฉีดพ่นสารละลาย Tego 51 1% เพื่อฆ่าเชื้อโรคและกำจัดกลิ่นเป็นประจำทุกวัน
สำหรับแม่วัวที่ป่วย ควรแยกกักไว้ในโรงเรือนเฉพาะ ไม่ปะปนกับแม่วัวที่มีสุขภาพดี โดยอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ รวมถึงโรงเรือนและโรงรีดนมในพื้นที่กักกัน ต้องล้างทำความสะอาดและฉีดพ่นน้ำยา Tego 51 1% เป็นประจำทุกวันเช่นเดียวกัน
5. การขนส่งแม่วัวและน้ำนมดิบ
รถยนต์และรถพ่วงที่ใช้ขนส่งแม่วัวหรือน้ำนมดิบ ต้องล้างทำความสะอาด และฉีดพ่นสารละลาย Tego 51 1% เพื่อฆ่าเชื้อโรคและกำจัดกลิ่นทุกครั้งหลังเสร็จสิ้นการใช้งาน
เอกสารอ้างอิง
- การสุขาภิบาลน้ำนม ( หน้า 460-466 ) หนังสือการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมโดยศาสตราจารย์พิชิต สกุลพราหมณ์ พิมพ์ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2535
- Dairy Farm Sanitation หนังสือ Environmental Engineering and Sanitation โดย Joseph A. Solvato 1972
- Milk Sanitation หนังสือ Municipal and Dural Sanitation โดย Ehlers & Steel 1965
- Tego – Disinfection in Dairy Farming, TH. Goldschmidt AG Comp. Germany